บทความ

7 ความขัดแย้งในปี 2017 โลกมุสลิมที่ต้องจับตา

Written by White News

7 ความขัดแย้งในปี 2017 ที่โลกมุสลิมที่ต้องจับตา
นับตั้งแต่โศกนาฏกรรมเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในเดือนกันยายน ปี 2001 เป็นต้นมา โลกมุสลิมและภูมิภาคตะวันออกกลางก็เข้าสู่ช่วงเวลาที่ตกอยู่ในความวุ่นวายครั้งใหญ่อย่างยาวนานมาจวบจนปัจจุบัน เริ่มต้นด้วย “สงครามต่อต้านการก่อการร้าย” ที่นำโดยประธานาธิบดีจอร์จ บุช ผู้ลูก แม้สงครามนี้จะมีเป้าหมายตามคำกล่าวอ้างที่เลื่อนลอยของสหรัฐฯ ว่าเป็นไปเพื่อกวาดล้างกลุ่ม อัล-กออิดะฮ์ ในอัฟกานิสถาน และส่งมอบประชาธิปไตยแก่ชาวอิรัก แต่สิ่งประจักษ์แก่ชาวโลกนั้นคือความสูญเสียของผู้บริสุทธิ์และบ้านเมืองที่พังทลายย่อยยับ แม้ในปัจจุบันทั้งสองประเทศนี้จะเริ่มเข้าสู่ภาวะสงบ แต่ยังมีประเทศมุสลิมหลายประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังเผชิญกับความรุนแรงที่อยู่ในภาวะวิกฤติ ที่ประชาชาติมุสลิมโดยรวมสมควรที่จะรับรู้ความเป็นไปและเฝ้าคอยดุอาอ์หรือช่วยเหลือตามที่มีความสามารถ วิกฤติการณ์เหล่านี้ถูกคาดการณ์ว่าจะยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องในปี 2017 ด้วย

1.ซีเรีย
นิยามของสงครามกลางเมืองนั้นหมายถึงสงครามที่คนในรัฐเดียวกันเป็นคู่ขัดแย้ง แต่นี่เป็นเพียงนิยามโดยทฤษฎีที่ปรับใช้ได้เฉพาะสงครามกลางเมืองในยุคอดีต ในปัจจุบันเส้นแบ่งระหว่างการเมืองในประเทศและการเมืองระหว่างประเทศนั้นดูจะเบาบางลงทุกที เนื่องด้วยภาวะโลกาภิวัตน์ทำให้โลกนี้แบนราบและเล็กลง ส่งผลให้เกิดความร่วมมือหรือความขัดแย้งระหว่างรัฐได้ง่ายกว่าเดิมมาก จนกระทั่งสงครามกลางเมืองที่ตามนิยามดั้งเดิมแล้วดูไม่ใช่เรื่องระหว่างประเทศก็ได้กลายเป็นสนามรบที่ต่างชาติเข้ามามีบทบาทอย่างมากจนกระทั่งตัดสินผลของสงครามได้เลยทีเดียว เนื่องจากคู่ขัดแย้งหลักภายในประเทศนั้นไม่มีกำลังพอที่จะเอาชนะอีกฝ่ายได้จึงต้องใฝ่หาพันธมิตรเข้าช่วย หรือในอีกด้านหนึ่งต่างชาตินั้นต้องการเข้ามาแทรกแซงสงครามอยู่แล้วเนื่องจากมีความต้องการกำหนดทิศทางของประเทศนั้นๆ ซึ่งการแทรกแซงนี้อาจจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ว่าเป็นไปเพื่อปกป้องมนุษยธรรมหรือไม่

 

 

สงครามกลางเมืองซีเรียถือเป็นสงครามกลางเมืองที่รุนแรงที่สุดและยืดเยื้อมากที่สุดในยุคร่วมสมัย จากสถิติอย่างเป็นทางการของสหประชาชาติ ประมาณการว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า 400,000 คน และมีผู้ลี้ภัยที่ต้องอพยพออกจากประเทศเกือบ 5,000,000 คน หรือราว 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมด ที่น่าเศร้าไปกว่านั้นคือ แน่นอนว่าในความเป็นจริงย่อมมีผู้เสียชีวิตและผู้ลี้ภัยเกินกว่าตัวเลขที่เป็นทางการ และดังที่กล่าวไปแล้วว่ายิ่งสงครามมีคู่ขัดแย้งมากเท่าไหร่ย่อมยากที่สงครามจะสงบลง โดยเฉพาะกองกำลังต่างชาติทั้งที่เป็นรัฐและมิใช่รัฐที่ต่างเคลื่อนทัพและ/หรือส่งการสนับสนุนพันธมิตรของตนในซีเรีย

สาเหตุที่ซีเรียกลายเป็นสมรภูมิที่มีหลากหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้องนั้นเนื่องจากมีความซ้อนทับกันของปัญหาในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งระหว่างในมิติความเชื่อระหว่างฝ่ายมุสลิม (ชาวสุนหนี่/สุนนะฮฺ) และลัทธิชีอะฮฺ, มิติการสร้างอิทธิพลของมหาอำนาจโลกระหว่างสหรัฐฯและรัสเซีย, มิติชาติพันธุ์ที่ชาวเคิร์ดเรียกร้องดินแดนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตน เป็นต้น มิติความขัดแย้งเหล่านี้แม้จะมีซีเรียเป็นจุดศูนย์กลางของสงคราม แต่ผลของมันนั้นมีอิทธิพลต่อความเป็นไปของภูมิภาคตะวันออกกลางตลอดจนประชาคมโลกโดยรวม จึงยากที่จะมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดถอนตัวออกจากสมรภูมิโดยไม่ได้ในสิ่งที่ตนต้องการ การที่สงครามมีคู่ขัดแย้งหลากหลายฝ่ายที่มีความต้องการต่างกัน และมีขีดความสามารถในการทำสงครามมากพอจนทำให้ความขัดแย้งยืดเยื้อ ย่อมทำให้ยากที่จะความขัดแย้งจะจบลงในเร็ววัน ฝ่ายใดจะมีบทบาทอย่างไรในช่วงที่สงครามใกล้จะดำเนินมาถึงปีที่ 6 และใครจะเป็นผู้กำหนดทิศทางของซีเรียในอนาคต ต้องคอยติดตามอย่างใกล้ชิดในปี 2017 นี้

 

สามารถติดตามความขัดแย้งอีก 6 จุดที่เหลือในบทวิเคราะห์ตอนต่อไป

#อับดุสสลาม

About the author

White News

Leave a Comment